อินเตอร์ มิลาน ยักษ์ใหญ่แห่ง กัลโช่ เซเรีย อา ดีกรีแชมป์กัลโช่ 18 สมัย แม้ตอนนี้กำลังถ่ายเลือดเพื่อกลับไปสู่ความเกรียงไกรอีกครั้ง แต่เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงทันในยุคที่พวกเขาคว้า เทรบเบิลแชมป์ อย่างยิ่งใหญ่ในฤดูกาล 2009-10 ยุคที่มีชายชื่อ โชเซ มูรินโญ่ กุมบังเหียน

แต่วันนี้เราไม่ได้จะมาพูดถึงเรื่องจำนวนถ้วยแชมป์หรือความยิ่งใหญ่กันแต่อย่างใด แต่จะมาว่าด้วยเรื่องการปล่อยตัวนักเตะของทีม “งูใหญ่” กันต่างหาก สืบเนื่องจากความร้อนแรงของตัวรุกดาวรุ่งหน้าหล่อ นิโคโล่ ซานิโอโล่ ที่กำลังโชว์ฟอร์มร้อนแรง และเส้นทางการค้าแข้งกำลังสดใสกับ อาแอส โรม่า เป็นอดีตผู้เล่นเยาวชนของ อินเตอร์ และเราก็ไม่รู้ว่าสาวเนรัซซูรี่ นั้นจะรู้สึกเสีบดายบ้างหรือเปล่าที่ เจ้าหนูหน้ามนเปล่งแสงได้ทันทีที่ออกจากรั้ว จูเซปเป้ มิอัซซ่า

หากจะเสียดายรู้ไว้เชื่อเถอะว่า นี่ไม่ใช่ “ดีลแรก” ที่ทำให้แฟน ๆ อินเตอร์ฯ รู้สึกชอกช้ำระกำใจในตลาดนักเตะ วันนี้เราเลยขออาสาพา แฟนบอล ทุกท่านไปพบกับ

7 ความผิดพลาด ของ อินเตอร์ มิลาน ที่เมื่อพูดถึงอีกกี่ครั้ง ก็ยังพาให้รู้สึกเสียดายทุกที

1. โรแบร์โต้ คาร์ลอส

โรแบร์โต้-คาร์ลอส

จริง ๆ อย่างแรกเลย เราควรต้องชมแมวมองของทีมที่ไปดึงแบ็กซ้ายดาวรุ่งชาวบราซิเลียนในขณะนั้นมาจาก พัลเมรัส ทีมดังในลีกแดนกาแฟ ซีซั่นแรกของ โรแบร์โต้ คาร์ลอส กับ อินเตอร์ เขากดไปถึง 5 ตุง จากการลงเล่น 30 เกม ในตำแหน่งแบ็กซ้าย !

แต่นั่นกลับเป็นเพียงซีซั่นเดียวของ คาร์ลอส ในถิ่น จูเซ็ปเป้ มิอัซซ่า เมื่อเขาถูกขายไปให้ เรอัล มาดริด ด้วยราคาเพียง 3.5 ล้านยูโร !!! แล้วก็อย่างที่รู้ ๆ กัน หลังจากนนั้น โรแบร์โต้ คาร์ลอส ก็ได้สถาปนาตัวเองเป็นแบ็กซ้ายระดับท็อปของโลก และ เรอัล มาดริด แบบยิงยาวกว่า 1 ทศวรรษ เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งตำนานของแบ็กซ้าย ที่แฟนบอลทั่วโลกต่างจดจำเขาได้ จากอีซ้ายมหาประะลัยพังตาข่ายด้วยลูกฟรีคิก ยิงไกล สุดสวยมากมายตลอดอาชีพการค้าแข้ง


2. คลาเรนซ์ เซดอร์ฟ

คลาเรนซ์-เซดอร์ฟ

นี่คือนักเตะระดับตำนานที่สามารถคว้าแชมป์ ยูฟา แชมเปียนส์ลีก ได้ถึง 4 ครั้ง หากคุณรู้สึกเฉย ๆ เมื่อเทียบกับ ลิโอเนล เมสซี่ หรือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ อีกอย่างหนึ่งที่ควรรู้ก็คือ คลาเรนซ์ เซดอร์ฟ นั้นเป็นนักเตะคนเดียวที่ได้แชมป์ถ้วยนี้กับ 3 สโมสร !!!

เติบโตในฐานะแก็งค์เด็กนรกของ อาแย็กซ์ ชุดหักหน้า มิลาน คว้าแชมป์ยูซีแอล เมื่อปี 1995 ก่อนย้ายไป ซามพ์โดเรีย และตามด้วย เรอัล มาดริด แม้จะคว้าแชมป์ยูซีแอลเพิ่มกับ มาดริด อีก 1 สมัย แต่ด้วยโอกาสลงเล่นที่น้อยไป ทำให้ อินเตอร์ คว้ามาด้วยราคา 22 ล้านยูโร ถือว่าแพงเอาเรื่องในยุคนั้น

แต่อยู่ได้เพียงแค่ 2 ปี “งูใหญ่” ของท่านประธานโมรัตติ ก็จัดดีลสุดช็อค เมื่อทำการปล่อ เซดอร์ฟ ไปอยู่ เอซี มิลาน ทีมคู่ปรับร่วมเมือง โดยแลกกับ ฟรานเชสโก้ โคโค่ … แต่กลับเป็นว่า เซดอร์ฟ ได้ขึ้นแท่นตำนานของ มิลาน เมื่อกวาดทั้งแชมป์ เซเรีย อา ร่วมทั้งเก็บ ยูซีแอล เพิ่มอีก 2 สมัย ส่วน ฟรานเชสโก้ โคโค่ ทุกวันนี้แม้แต่แฟน อินเตอร์ เองยังไม่รู้เลยว่าจะจำชื่อกันได้อยู่หรือเปล่า


3. อันเดรีย ปีร์โล่

อันเดรีย-ปีร์โล่

อีกหนึ่งผลผลิตจากอคาเดมี่ของ อินเตอร์ แต่ปรากฎว่าพวกเราจะเซิร์ชเจอชื่อของ อันเดรีย ปีร์โล่ ในฐานะตำนานของ เอซี มิลาน เสียมากกว่า เพราะเมื่อตอนที่เขาถูกดันมาเล่นชุดใหญ่ในฐานะมิดฟิลด์ตัวรุก กลับถูกปล่อยตัวไปอยู่ เบรสชา ร่วมกับ โรแบร์โต้ บาจโจ้ รุ่นพี่ที่ติดสอยห้อยตามกันมา ก่อนที่กุนซือ เบรสชา ในครานั้นจะค้นพบตำแหน่งที่ดีที่สุดของ ปีร์โล่ ที่เรารู้จักกันในนาม “ดีพ-ไลอิ้ง เพลย์เมคเกอร์” แปลเป็นไทยได้ว่า จอมทัพแนวหลัง

และพอได้กลับมา อินเตอร์ ก็ไม่ได้รับโอกาสเสียที จนกระทั่งทีมปล่อยตัวเขาให้ มิลาน เพื่อแลกกับ ดราเซน เบิร์นซิซ … จากนั้น ปีร์โล่ ก็ใช้เวลาสร้างตำนานร่วมกับ มิลาน ถึง 10 ปีเต็ม ก่อนจะย้ายไปโกย สคูเด็ตโต้ ส่วนตัวเพิ่มกับ ยูเวนตุส ส่วนทางด้านคู่สลับขั้ว เบิร์นซิซ ขนาดค้นหาข้อมูลใน วิกิพีเดีย รายละเอียดยังน้อยจนน่าใจหาย


4. ฟาบิโอ คันนาวาโร่

ฟาบิโอ-คันนาวาโร่

หลังจากสุกงอมเต็มที่กับ ปาร์ม่า พร้อมก้าวขึ้นเป็นกองหลังระดับโลก คันนาวาโร่ ก็โดน อินเตอร์ ดูดมาร่วมทีมด้วยค่าตัวกว่า 23 ล้านยูโร “คันนา” เป็นหนึ่งในโปรเจคสร้างทีมใหม่หลังจากหมดยุค “R9” นอกจากเขา ทีมงูใหญ่ยังจัด เอร์นัน เครสโป มาร่วมสานโปรเจคครั้งนี้ด้วย

แต่ คันนาวาโร่ ก็สวมยูนิฟอร์มเนรัซซูรี่ ได้เพียงแค่สองปี เมื่อ มัสซิโม โมรัตติ ประธานในขณะนั้น รู้สึกถูกอกถูกใจ ฟาเบียน คารินี่ โกลดาวรุ่งของ ยูเวนตุส เลยจัดการผลักดันการซื้อขายนี้ และดีลระหว่าง คารินี่ และ คันนาวาโร่ จึงเกิดขึ้น

ท่ามกลางความงงงวยของแฟนบอล นักเตะก็มีหน้าที่ทำผลงานบนสนามของตัวเองเท่านั้น ในรายของ คันนาวาโร่ เขาไปได้สวยกับ ยูเว่ ก้าวขึ้นเป็นกองหลังระดับโลกและกลายเป็นปราการหลังคนแรกที่คว้าลูกบอลทองคำมาครองได้หลังจากพาอิตาลีคว้าแชมป์บอลโลกในปี 2006 ส่วน 3 ปี ของ ฟาเบียน คารินี่ กับ อินเตอร์ มิลาน เขาได้ลงสนามเพียงแค่ 4 นัด ก่อนค่อย ๆ เฟดตัวเองไปอยู่ในทีมระดับที่ต่ำลง แขวนสตั๊ดไปแบบเงียบ ๆ


5. ฟิลิปเป้ คูตินโญ่

ฟิลิปเป้-คูตินโญ่

เพลย์เมคเกอร์หัวหยอย ย้ายจาก วาสโก ดา กาม่า มาร่วมทัพงูใหญ่ในปี 2008 และถูกท่านประธานโมรัตติ นิยามว่า “เขาคืออนาคตของอินเตอร์” แต่จนแล้วจนรอด 4 ปี ณ ถิ่น จูเซ็ปเป้ มิอัซซ่า คูตี้ ต้องระเห็จไปอยู่กับทีมเก่า วาสโก ดา กาม่า ถึง 2 ปี พอกลับมาอยู่กับทีมไม่ทันไรในปี 2011 ก็ถูกส่งไปให้ เอสปันญ่อล ทีมในสเปนใช้งานอีก และนั่นคือฟางเส้นสุดท้าย

ตลอดระยะเวลาที่อยู่กับ อินเตอร์ เขาลงเล่นไปแค่ 42 เกม ทำให้ ลิเวอร์พูล สบช่องพร้อมยื่นโอกาสลงเล่นอย่างสม่ำเสมอให้ ส่วนคนที่บอกว่าเขาคืออนาคตอย่างโมรัตติ ก็เป็นคนตัดสินใจขายเขาให้ หงส์แดง เพียงแค่ 8.5 ล้านปอนด์เท่านั้น

5 ปีใน แอนฟิลด์ เจ้าของฉายาพ่อมดน้อย ค่อย ๆ เก็บประสบการณ์จนพาตัวเองก้าวไปสู่ในระดับท็อปกลายเป็นเพลย์เมคเกอร์คนสำคัญของ ลิเวอร์พูล ด้วยผลงานระดับนี้ ทำให้ บาร์เซโลน่า ยอมทุ่มเงินกว่า 105 ล้านปอนด์ พรากตัว คูตี้ ไปร่ายมนตร์ต่อบนแคว้นคาตาลัน


6. เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่

เลโอนาร์โด้-โบนุชชี่

นี่ก็เป็นอีกหนึ่งอดีตลูกหม้อของทีมงูใหญ่ ก่อนถูกปล่อยไปให้ เจนัว ในดีลใหญ่สลับขั้วระหว่าง ดิเอโก้ มิลิโต้ กับ ติอาโก้ ม็อตต้า ไปอยู่กับ อินเตอร์ ส่วนทีมชาวเกาะได้ ตัวเขาเอง รวมถึง โรเบิรต อัควาเฟรสก้า, ฟราสเชสโก้ โบลโซนี่ และ ริคาร์โด้ แมจโจรินี่ มาแทน

ซ้ำร้าย โบนุชชี่ ที่ในขณะนั้นยังไม่ฉายแวว ถูกขายต่อไปให้ บารี่ อีกทอด ก่อนจะอัพเลเวลแบบผิดหูผิดตาจนโดน “ม้าลาย” ยูเวนตุส คว้าไปร่วมทีมด้วยค่าตัว 15 ล้านยูโร สำหรับดีลนี้ถือว่าไม่ย่ำแย่เสมอไป เพราะใครจะไปรู้ว่า โบนุชชี่ จะพัฒนาตัวเองจนก้าวไปเป็นกองหลังระดับโลกกับ ยูเวนตุส ได้ อีกอย่างแฟน ๆ เนรัซซูรี่ คงไม่เสียดายเท่าไหร่ เพราะการมาของ มิลิโต้ และ ม็อตต้า นั้นกลายเป็นส่วนสำคัญให้พวกเขาคว้าเทรบเบิลแชมป์ในปี 2009-2010


7. นิโคโล่ ซานิโอโล่

นิโคโล่-ซานิโอโล่

และนี่คือโฉมหน้าและรายละเอียดแบบเต็ม ๆ ของเจ้าหนู นิโคโล่ ซานิโอล่า ภายใต้ยูนิฟอร์มของต้นสังกัดใหม่ ผู้ทำให้เกิดคอลัมน์นี้ขึ้นมา !

ดาวรุ่งหน้าหล่อเป็นส่วนหนึ่งในสัญญาซื้อขาย รัดย่า เนียงโกลัน มิดฟิลด์คนสำคัญของทัพหมาป่า ร่วมกับ ดาวิเด้ ซานตอน ที่ต้องเก็บกระเป๋าย้ายมากรุงโรมพร้อม ๆ กันกับเขา ไม่มีแฟน อินเตอร์ คนไหนรู้สึกรู้สาอะไร เพราะแม้ ซานิโอโล่ จะถูกจับตาในฐานะยังสตาร์ แต่ก็ไม่มากพอจะนำมาเปรียบเทียบกับการได้ เนียงโกลัน

เรื่องมันเกิดเมื่อ ซานิโอโล่ ได้รับโอกาสในทีมชุดใหญ่โรม่า แถมยังทำได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ จนจัดการแจ้งเกิดอย่างเป็นทางการกับเกมเหมาสองชนะ ปอร์โต้ บนเวทีแชมเปียนส์ลีก สวนทางกับ เนียงโกลัน ที่ฟอร์มดันไม่เปรี้ยงปร้างอย่างที่แฟน ๆ คาดหวัง

เลยกลายเป็นว่าจากที่ โรม่า นั้นเสียกองกลางตัวหลักแต่กลับได้เพชรเม็ดงามมาแทน ดูจากฟอร์มการเล่นของเจ้าหนูคนนี้แล้วมีแต่ดีวันดีคืน ส่วน อินเตอร์ นั้นต้องแบกค่าเหนื่อยสุดแพงของนักเตะไม่มีใจในวัย 31 แถมอายุการใช้งานก็หร่อยหรอลงไปทุกวัน

เป็นไงกันบ้างกับ 7 สัญญาซื้อขายที่ทำเอาสาวกเนรัซซูรี่ต้องมาเสียดายในภายหลัง หากนับกันจริง ๆ หลุยส์ โรนัลโด้ ที่ อินเตอร์ ตัดสินใจปล่อยให้ เรอัล มาดริด เพราะเจ็บบ่อย แต่กลับไปเปรี้ยงปร้างใน ลา ลีกา รวมถึง เดนนิส เบิร์กแคมป์ ที่ย้ายไปได้ดิบได้ดีกับ อาร์เซน่อล บนเวทีพรีเมียร์ลีก นี่ก็เข้าข่ายเหมือนกัน

แต่อย่างว่า คนเราไม่มีใครรู้อนาคต ไม่งั้นเราคงจะกำหนดอะไรต่าง ๆ ได้ดีกว่านี้ จะมัวมานั่งเสียดายหรือโทษทีมซื้อขายของ “งูใหญ่” อย่างเดียวมันก็ไม่ได้อะไร แต่แค่เรื่องพวกนี้ มันดันบังเอิญเกิดขึ้นกับ อินเตอร์ มิลาน บ่อยจนเกินไปเท่านั้นเอง !


ถ้าคุณคือคนที่รักการเสี่ยงโชค ต้องไม่พลาด ติดตาม เทคนิค วิธีเล่น เกมคาสิโนออนไลน์ ที่ wiredtocreatebook.com

Leave a Reply