One Year Wonder

ผลงานระดับปรากฎการณ์เมื่อซีซั่นที่ผ่านมาของ โมฮัมเหม็ด ซาล่าห์ หรือ โม ซาล่าห์ ที่โชว์ฟอร์มได้ “สะเด่า” ถล่มตาข่ายกระจุยกระจาย ทำลายสถิติมากมายของสโมสรต้นสังกัดอย่าง ลิเวอร์พูล สำหรับกองเชียร์ “เดอะ ค็อป” โม ซาล่าห์ แทบไม่มีอะไรต้องพิสูจน์กันอีกแล้ว

แต่กับแฟนบอลทีมอื่น ฝีเท้าของเขายังคงทำให้ผู้คนเหล่านั้นแคลงใจ และอดที่จะนึกถึง “เหล่าพระกาฬปีเดียว” อย่างพวก มิชู ที่ยิงเป็นกอบเป็นกำให้กับ สวอนซี ก่อนกลายร่างเป็นผู้เล่นตกอับ หรือจะเป็น โรเก้ ซานตา ครูซ ท่ียิงเป็นไฟกับ แบล็คเบิร์น จน แมนฯ ซิตี้ ต้องทุ่มเงินคว้าตัวไปร่วมทีม แต่ก็แป้กในซีซั่นต่อมา และอีกหลาย ๆ คนที่เข้าข่ายนี้

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับพวกเขาเหล่านี้ ทำให้กูรูหลายคนรวมถึงบรรดาแฟนบอล จำต้องทิ้งเครื่องหมายคำถามตัวโต ๆ ใส่กับฝีเท้าและฟอร์มการเล่นของ โม ซาล่าห์ อย่างเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งคำครหาเหล่านี้จะหมดไปได้ ก็อยู่ที่ฟอร์มการเล่นของตัวเขาเองตลอดซีซั่นนี้

ดังนั้น ฤดูกาลนี้จึงเป็นปีที่สำคัญมาก ๆ ของ โม ซาล่าห์ หากว่าเขาอยากพิสูจน์ตัวเอง ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อปีก่อนไม่ใช่แค่ “ฟลุ้ค”

โม ซาล่าห์

ซีซั่นก่อน แข้ง หงส์แดง รายนี้ สังหารไปทั้งสิ้น 44 ประตู และ 16 แอสซิสต์ จากการลงเล่นทั้งหมด 55 เกมทุกรายการกับ ลิเวอร์พูล แบ่งเป็น 32 ประตู บนเวทีพรีเมียร์ลีก ทำลายสถิติ ดาวซัลโวสูงสุดใน 1 ฤดูกาล 11 ประตู ในถ้วยใหญ่ยุโรป ยูฟ่า แชมเปี้ยนลีกส์ และอีก 1 ประตู ในเอฟเอคัพ

เบ็ดเสร็จแล้ว ซาล่าห์ มีส่วนร่วมกับประตูของทีมหงส์แดงทั้งสิ้น 60 ลูก ซึ่งในฤดูกาล 2017-18 ลิเวอร์พูล ยิงไปทั้งหมด 135 ประตู หากคิดเป็นสัดส่วน เรียกว่าผลงานการสร้างสรรค์เกมรุกของ ซาล่าห์ นั้นแทบจะเกือบครึ่งของประตูทั้งหมดที่ ลิเวอร์พูล ทำได้ตลอดทั้งซีซั่นเลย

ด้วยมาตรฐานของผลงานที่สูงมากของ ซาล่าห์ ผนวกกับฟอร์มมหัศจรรย์นี้มันเกิดขึ้นทันทีในปีแรกของเจ้าตัว ทำให้ตัวเขาต้องแบกความกดดันไว้อย่าง “มหาศาล” จนกูรูหลายคนมองว่าอาจส่งผลกระทบต่อฟอร์มการเล่นของตัว “Egyptian King” คนนี้

หนำซ้ำความผิดหวังจากนัดชิง ยูฟ่า แชมเปี้ยนลีกส์ ที่เขาได้รับบาดเจ็บตั้งแต่ช่วงต้นเกม จากการประทะกันกับ เซร์คิโอ รามอส ทำให้เขาไม่สามารถเล่นต่อได้ ต้องนั่งดูเพื่อน ๆ ที่ร่วมฝ่าฟันกันมาพ่ายแพ้ ไม่อาจคว้าแชมป์สมัยที่ 6 มาฝากเหล่า เดอะ ค็อป ได้ ยิ่งเป็นสิ่งที่ ซาล่าห์ คงคับแค้นใจขึ้นอีกเป็นทวีคูณ

ลิเวอร์พูล

พอฤดูกาล 2018-2019 เริ่มขึ้น เราจะเห็นได้ชัดเลยว่า ซาล่าห์ เล่นได้ยากกว่าเดิมมาก เพราะต่อให้เขามีความมั่นใจล้นเหลือ แต่การที่เขาได้ระเบิดฟอร์มขนาดนั้นในปีแรก ทำให้หลายทีมเวลาเจอกับ ลิเวอร์พูล ต่างพร้อมใจกันส่งคนตามติดเขาเป็นพิเศษ มีผลให้ฤดูกาลนี้ ซาล่าห์ จะทำอะไรในสนามก็ยากขึ้นกว่าเดิมอีกเป็นเท่าตัว

แม้ ซาล่าห์ จะยิงได้ตั้งแต่นัดเปิดฤดูกาลกับ เวสต์แฮม มีแอสซิสต์ในเกมที่สองกับ คริสตัล พาเลซ รวมถึงยิงประตูชัยในเกมกับ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทุกอย่างดูเหมือนจะสวยงาม หากเรามองเพียงสถิติที่เกิดขึ้น แต่ถ้าใครเป็นแฟนลิเวอร์พูลหรือแฟน ๆ ทีมอื่นที่ได้ติดตามดู หงส์แดง อยู่บ้าง จะสังเกตุเห็นได้ชัดเจนเลย ว่า ซาล่าห์ ทำทุกอย่างได้ไม่ถนัดถนี่นัก จังหวะการเล่นของเขาดูผิดเพี้ยน ไม่เข้ารูปเข้ารอย เหมือนกับในซีซั่นก่อน ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะคู่แข่งเริ่มจับทางเขาได้แล้วด้วย ซาล่าห์ จึงต้องงัดความสามารถที่มีอยู่ออกมาให้มากกว่าเดิม

การลากตัดจากทางขวาของสนาม เข้าไปปั่นด้วยเท้าซ้ายข้างถนัด สเต็ปเดิม ๆ ที่เขาเคยทำได้บ่อยครั้งเมื่อปีก่อน พอมาในฤดูกาลนี้ ใครก็ตามที่ตามประกบ ซาล่าห์ นั้นบีบให้เขาไปทางขวาอย่างเดียวหรือบางทีเจ้าตัวสามารถตัดเข้าในได้ แต่การปั่นโค้งของเขากลับเข้ามือผู้รักษาประตูอย่างง่ายดาย เพราะโกลอ่านทางไว้อยู่แล้วว่าเขาต้องยิงแบบนั้น

เดอะ ค็อป

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าพอทุกคนพูด หรือแสดงให้เห็นกันหมดว่า จับทาง ซาล่าห์ ได้แล้ว ตัวเขาจะหมดพิษสงซะทีเดียว เพราะถึงตอนนี้ ปีที่หลาย ๆ คนจับจ้องเขามากกว่าเดิม เจ้าตัวยังอุตส่าห์ซัดไปถึง 6 ประตู กับอีก 3 แอสซิสต์ และยังคงเป็นผู้นำในเกมรุกของ ลิเวอร์พูล เช่นเดิม ถึงต่อให้ ซาล่าห์ ไม่สามารถเข้าไปทำประตูได้ แต่ด้วยธรรมชาติ เขาไม่ใช่นักเตะที่ “ขี้ฝืน” เขาสามารถสร้างสรรค์โอกาส ดึงตัวประกบ รวมถึงแอสซิสต์สวย ๆ ให้เพื่อนร่วมทีมมีโอกาสได้จบสกอร์อยู่ตลอด

หากพวกเราไม่ใจร้ายกันจนเกินไป แล้วมองถึงความเป็นจริง ในโลกนี้มีนักเตะซักกี่คนเชียว ที่ทำได้อย่าง ลิโอเนล เมสซี่ หรือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่สามารถยิงได้เกิน 40 ลูกต่อฤดูกาลมาเป็นระยะเวลากว่า 10 ปี

สิ่งที่ ซาล่าห์ กำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ มันดูหนักหนามาก เมื่อฟังแค่คำวิจารณ์และความคาดหวังของคนดู รวมถึงกูรูทั้งหลายแหล่ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ แต่ทางกลับกัน ผลงานในสนามของ โม ซาล่าห์ ตอนนี้ กำลังดีวันดีคืน ต่อให้ ซาล่าห์ ยิงไม่ได้ถึงหลัก 30 ประตูในซีซั่นนี้ มันก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายแต่อย่างไร ตราบใดที่เจ้าตัวยังคงใช้ความสามารถในการสร้างสรรค์รุกได้ดีเหมือนกับในช่วงที่ผ่านมา

และถ้า โม ซาล่าห์ ยังรักษาความดีงามในการเล่นเหล่านี้ต่อไปได้เรื่อย ๆ ประโยชน์ของความสามารถของเขามันมีมากกว่าแค่การพังประตูอย่างเดียวแน่นอน

หงส์แดง

ในซีซั่นนี้ยังเหลือเวลาอีกมากมายนัก ที่จะให้ โม ซาล่าห์ ได้พิสูจน์ตัวเอง ซึ่งหากเราดูจากฟอร์มการเล่นของ ลิเวอร์พูล และ ซาล่าห์ ในปัจจุบัน การพาทีมเกาะติด แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นรองจ่าฝูงอยู่ในตอนนี้ ถือเป็นทิศทางที่ดีสำหรับตัวเขา และทีมหงส์แดงเลย

ซึ่งหาก ซาล่าห์ ยังสามารถโชว์ฟอร์มแบบนี้ได้เรื่อย ๆ แล้วล่ะก็ คำว่า “One Year Wonder” มันก็คงเป็นแค่คำสบประมาท ที่ไม่อาจทำอะไรกับฟอร์มการเล่นของผู้เล่นแห่งปีของพรีเมียร์ลีกผู้นี้ได้

สุดท้ายแล้วฤดูกาลนี้ของ ซาล่าห์ จะจบลงแบบไหน เขาจะสามารถลบล้างคำวิจารณ์ต่าง ๆ เหล่านั้นได้มั้ย เรามาติดตามลุ้นไปพร้อม ๆ กัน กับซีซั่นแห่งการพิสูจน์ตัวเองของ “โมฮัมเหม็ด ซาล่าห์”


ถ้าคุณคือคนที่รักการเสี่ยงโชค ต้องไม่พลาด ติดตาม เทคนิค วิธีเล่น เกม พนันกีฬา ออนไลน์ ที่ wiredtocreatebook.com

Leave a Reply