บาสเก็ตบอล NBA

อีกไม่นานเกินรอ บาสเก็ตบอล NBA ก็จะได้ฤกษ์กลับมาเปิดฉากระเบิดความมันส์ให้กับแฟน ๆ กีฬายัดห่วงได้เฮฮากันอีกแล้วครั้งสำหรับฤดูกาล 2018-2019 หลังจากฤดูกาลที่แล้วได้จบไปพร้อมกับการคว้าแชมป์แบบ “แบ็คทูแบ็ค” ของทีม “สะพานทอง” โกลเด้น สเตท วอร์ริเออร์ส ที่มีผู้เล่นระดับ MVP อยู่ด้วยกันถึงสองคนอย่าง สตีเฟ่น เคอร์รี่ และ เควิน ดูแรนท์

ด้วยความแข็งแกร่งของ วอร์ริเออร์ส แบบไร้เทียบทานกับทีมที่มีผู้เล่นติดออลสตาร์ถึง 4 คนในฤดูกาลที่ผ่านมา อาทิ สตีเฟ่น เคอร์รี่ , เคลย์ ธอมป์สัน , เดรย์มอนด์ กรีน รวมถึง Small Forward แห่งยุคอย่าง เควิน ดูแรนท์

และก่อนที่ฤดูกาลนี้จะเริ่มขึ้น มาเรียกน้ำย่อยกันว่าในศึก NBA ปีนี้ จะมีผู้เล่นคนไหนที่น่าสนใจและคาดว่าจะสามารถนำทีมของพวกเขาก้าวมาเข้า “หยุด” การทำ Three-Peats แรก (คว้าแชมป์ 3 สมัยซ้อน) ของทัพสะพานทองในซีซั่นนี้

นี่คือ 5 ผู้เล่น Small Forward (SF) ที่มีสิทธิ์จะพาทีมคว้าแชมป์ NBA ในปีนี้ เพื่อดับฝันการทำทรีพีทส์ของ โกลเด้น สเตท วอร์ริเออร์ส จะมีใครบ้างไปชมกัน

5. เจสัน เททั่ม (Jayson Tatum) – บอสตัน เซลติกส์ (Boston Celtics)

ผู้เล่น Small Forward

สมอล ฟอร์เวิร์ด ดาวรุ่งผู้นี้แจ้งเกิดอย่างเต็มตัวในปีแรกของเขา หลังจากการได้รับบาดเจ็บยาวตลอดซีซั่นของ กอร์ดอน เฮย์เวิร์ด สมอล ฟอร์เวิร์ดตัวใหม่ของทีมที่เพิ่งเซ็นมาสด ๆ ร้อน ๆ

เททั่ม ถูกดราฟต์มาในอันดับที่ 3 รอบแรก ปี 2017 จากมหาวิทยาลัยดุ๊ค และจากอาการบาดเจ็บที่ไม่คาดฝันของ SF ตัวจริงอย่าง เฮย์เวิร์ด นั้นเองที่ทำให้ปีรุคกี้ของ เททั่ม นั้นได้รับโอกาสอย่างมากจากโค้ชคนเก่งอย่าง แบร้ด สตีเว่นส์

และเขาก็ไม่ทำให้โค้ชแบร้ดผิดหวังเมื่อสามารถเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมภายใต้ยูนิฟอร์มเขียว-ขาวนี้ มีส่วนช่วยให้ทีมจบเป็นอันดับของ 2 ของสายตะวันออกด้วยสถิติ ชนะ 55 แพ้ 27 เกม ส่วนสถิติส่วนตัวในปีแรกของเจ้าตัวคือ 13.9 แต้มต่อเกมส์ 1.6 แอสซิสต์ และ 5 รีบาวนด์ ทั้งหมดนี้ถือว่าไม่เลวเลยสำหรับเด็กใหม่ “รุคกี้” มือฉมังผู้นี้

แม้สุดท้ายแล้วจะไปไม่ถึงฝั่งฝันเมื่อต้องพ่ายให้กับ คลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ส ของ เลบรอน เจมส์ ในรอบชิงสาย แต่นั่นก็ถือว่าสุดยอดแล้วสำหรับทีมพลังหนุ่ม “No Star” อนาคตไกลอย่าง เซลติกส์ และในปีนี้ทีมจะได้ เฮย์เวิร์ด กลับมาร่วมผนึกกำลังกันกับ ไครี เออร์วิ่ง พอยท์การ์ดตัวเก่งของทีม

รวมถึง อัล ฮอร์ฟอร์ด , เจเลน บราวน์ และผู้เล่นคนอื่น ๆ อีกมากมาย ฟิวชั่นเข้ากับพลังสมองของโค้ชแบร้ด สตีเว่นส์ ส่วนผสมที่กลมกล่อมนี้แหละที่จะช่วยกันพา เททั่ม และ เซลติกส์ฝ่าฟันไปให้ไกลที่สุดกับหนทางแชมป์ NBA ในปีนี้


4. เบน ซิมม่อนส์ (Ben Simmons) – ฟิลาเดลเฟีย เซเว่นตี้ซิกเซอร์ส (Philadelphia 76ers)

ตัวโหด Small Forward

ฉายา “The New LeBron” นี้ไม่ใช่ได้มาเพราะโชคช่วย การันตีด้วยรางวัล NBA Rookie of the Year ในปีที่ผ่านมา ด้วยสิ่งนี้เองน่าจะบ่งบอกถึงความมารถของดราฟต์อันดับหนึ่งปี 2016 คนนี้ได้เป็นอย่างดี

หลังจากได้รับบาดเจ็บยาวทั้งฤดูกาล 2016 ซิมม่อนส์ ก็ได้ใช้ชีวิตและซ้อมอยู่กับทีมมาตลอดทั้งปีเพื่อรอวันปล่อยของ และเมื่อปี 2017 เริ่มขึ้นเขาก็ได้แสดงศักยภาพทั้งหมดที่มีให้ชาวฟิลลี่ได้กลับมาคึกคักกันอีกครั้งเปรียบดั่งยุคที่เคยมี “The Answer” อัลเลน ไอเวอร์สัน

ด้วยความที่เจ้าตัวมีคอร์ทวิชั่นและการจ่ายบอลที่ยอดเยี่ยม ประกอบกับการบาดเจ็บของ มาแคล ฟอลท์ซ พอยท์การ์ดเจ้าของดราฟ์อันดับหนึ่งปี 2017 ที่ทีมเลือกเข้ามา ทำให้โค้ชเบรตต์ บราวน์ จับ ซิมม่อนส์ เล่นเป็นพอยท์การ์ดซึ่งเจ้าตัวก็ทำได้เป็นอย่างดีเสียด้วย

ในฤดูกาล 2017-2018 เบน ซิมม่อนส์ ประสานงานกับ โจเอล เอ็มบีด เซนเตอร์จอมโวชาวแคเมอรูนช่วยกันพา ซิกเซอร์ส จบอันดับสามของตะวันออกด้วยสถิติ ชนะ 50 แพ้ 32 เข้าเพลย์ออฟเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี

พ่วงรางวัลส่วนตัวอย่าง Rookie of the Year รูดม่านฤดูกาลปกติลงอย่างสวยหรูด้วยสถิติส่วนตัว 15.8 แต้มต่อเกมส์ 8.2 แอสซิสท์ และ 8.1 รีบาวนด์ ก่อนเข้าไปพ่ายให้กับ ไมอามี่ ฮีต ในเกมที่ 5 รอบเพลย์ออฟอย่างน่าเสียดาย แต่ถืก็อว่าเป็นนิมิตรหมายอันดีแล้ว หลังจากที่ทีมนั้น “แทงค์” มานาน

กับในฤดูกาลที่กำลังจะเริ่มขึ้นนี้ หลังจากที่ ซิมม่อนส์ , เอ็มบีด และชาวคณะได้ฟูมฟักประสบการณ์กันจนสุกงอมภายใต้สโลแกนของทีม “Trust The Process” อาจจะเป็น ซิมม่อน แอนด์เดอะแก๊งก็ได้ที่จะก้าวขึ้นท้าทายอำนาจเก่าของเหล่านักรบสะพานทองให้สะเทือน


3. พอล จอร์จ (Paul George) – โอกลาโฮม่า ซิตี้ ธันเดอร์ (Oklahoma City Thunder)

Small Forward NBA

บอกมือลา อินเดียน่า เพเซอร์ส ทีมที่ร่วมฝ่าฟันกันมาถึง 7 ปี เพื่อมาเข้าแก๊งกับ รัสเซล เวสต์บรู๊ค พอยท์การ์ดสายพลังเจ้าของรางวัล MVP ปี 2017 ที่โอกลาโฮม่า ซิตี้ ธันเดอร์ เพื่อหวังสร้างซุปเปอร์ทีมมาต่อกรกับ โกลเด้น สเตท วอริเออร์ส

พอล จอร์จ ถูกดราฟต์มาในอันดับที่ 10 ปี 2010 โดย เพเซอร์ส ก็ฉายแววเป็นทูเวย์เพลเยอร์ที่ดีที่สุดคนนึงของลีก พาทีมต่อกรกับ ไมอามี่ ฮีต ที่ขณะนั้นมีทั้ง คิงส์เจมส์ กับ ดเวย์น เหวด อย่างสนุกในสายตะวันออก ก่อนเจ้าตัวจะโชคร้ายได้รับบาดเจ็บขาหักต้องพักตลอดฤดูกาล 2014-2015

ซึ่งจากการบาดเจ็บหนักครั้งนั้น มีหลายคนกังวลถึงการกลับมาของ จอร์จ เป็นอย่างมาก เนื่องจากก่อนเจ็บนั้นเจ้าตัวฟอร์มกำลังดีวันดีคืนและถือเป็นผู้เล่นชั้นนำคนนึงของลีกเลยในขณะนั้น แต่หลายข้อสงสัยนั้นก็จางหายลงไปเมื่อเจ้าตัวคัมแบ็คในฤดูกาลถัดมาด้วยค่าเฉลี่ยการทำแต้ม 23.7 ต่อเกมส์ และทิ้งผลงานของเขาในฤดูกาลสุดท้ายกับ เพเซอร์ส ด้วยค่าเฉลี่ย 23.1 แต้มต่อเกมส์ 3.3 แอสซิสท์ และ 6.6 รีบาวนด์

ในฤดูกาล 2017 ที่ โอเคซี นั้นมีทั้ง พอล จอร์จ , รัสเซล เวสต์บรู๊ค รวมถึง “เมโล่”

คาร์เมโล่ แอนโธนี่ และยังมีเซนเตอร์ชั้นดีอย่าง สตีเว่น อดัมส์ อีกต่างหาก แต่ด้วยทีมเวิร์คหรืออะไรก็ตามในซีซั่นที่ผ่านมา ผลงานของ โอเคซี ไม่ได้อยู่ในระดับซุปเปอร์ทีมเลย แถมต้องมากระเสือกกระสนจนถึงท้ายซีซั่นกว่าจะได้เข้าเพลย์ออฟ แต่ผลงานส่วนตัวของ จอร์จ นั้นก็ไม่ได้ตกลงไปนักเลยหากดูจากตัวเลขระดับ 21.9 แต้มต่อเกมส์ 3.3 แอสซิสท์ และ 5.7 รีบาวนด์

หรือจะเป็นเพราะว่าเพิ่งเป็นปีแรกที่ร่วมฟิวชั่นกับ เวสต์บรู๊ค เลยทำให้ผลงานของทีมและทีมเวิร์คต่าง ๆ อาจยังไม่ลงตัวมากนัก ต่อเนื่องมาถึงฤดูกาลนี้ พอล จอร์จ และ เวสต์บรู๊ค น่าจะพร้อมแล้วล่ะสำหรับการโค่นบัลลังก์ของทีมดังจากโอ๊คแลนด์


2. คาวาย เลียวนาร์ด (Kawhi Leonard) – โตรอนโต้ แรพเตอร์ส (Toronto Raptors)

NBA

หลังจากอยู่โยงกับ ซานอันโตนิโอ สเปอร์ส มาอย่างยาวนานถึง 6 ปี และอยู่ในชุดคว้าแชมป์ NBA ปี 2014 ดูเหมือนว่าเจ้าของรางวัลเกมรับยอดเยี่ยมแห่งปี 2 สมัย (Defensive Player of the Year 2014,2015) จะหมดความท้าทายกับทีมดังแห่งรัฐเท็กซัสเสียแล้ว

จากสัญญาณมากมายที่เกิดขึ้นช่วงก่อนหน้านี้ เมื่อ คาวาย แสดงท่าทีอย่างชัดเจนว่าต้องการที่จะออกจาก สเปอร์ส ทำให้ “โค้ชป๊อป” โทนี่ โปโปวิช ต้องเลือกที่จะเทรด คาวาย พ่วงด้วย แดนนี่ มิลล์ แลกกับการได้ เดมาร์ เดอโรซาน และ ยาค็อบ โพลเทิล เซนเตอร์ชาวออสซี่ เข้ามาแทนที่

การเสีย เดอโรซาน แลกกับ คาวาย นับว่าสมน้ำสมเนื้อแล้วสำหรับทั้ง แรพเตอร์ส และ สเปอร์ส เนื่องจากที่ คาวาย ไม่มีใจจะเล่นให้กับสเปอร์ส ประกอบกับ แร็พเตอร์สก็ได้ใช้งาน เดอโรซาน สู้ร่วมกันมาจนทีมอาจอยากลองหาอะไรใหม่ ๆ

เพื่อไปต่อกรกับศัตรูร่วมสายตะวันออกทีมอื่นบ้างหลังจบฤดูกาลล่าสุดด้วยการชนะเป็นสถิติใหม่ของแฟรนไชส์จากการชนะถึง 59 ครั้ง แพ้ 23 เป็นรองแค่ ฮุสตัน ร็อคเกตส์ ทีมเดียวในลีก แต่สุดท้ายก็จอดเพียงแค่เพลย์ออฟรอบสองด้วยน้ำมือของ คลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ส ของ เลอบรอน เจมส์

คาวาย นั้นเป็นทูเวย์เพลเยอร์ระดับต้น ๆ ของลีก ฟอร์เวิร์ดเจ้าของ MVP Final 2014 แทบไม่มีใครกังขาในความสามารถของเขาอยู่แล้ว จากการพัฒนาฝีมืออย่างต่อเนื่องไล่จากเกมรับที่แข็งแกร่งที่สร้างชื่อให้กับเขาไปจนถึงเกมรุกที่ถูกพัฒนาขึ้นอยู่ทุกที โดยการเล่นเต็มฤดูกาลของ คาวาย กับ สเปอร์ส ในฤดูกาล 2016-17 เจ้าตัวมีผลงานเฉลี่ยถึง 25.5 แต้มต่อเกมส์ 3.5 แอสซิสท์ และ 5.8 รีบาวนด์

ถือว่าเป็นเทรดสุดสำคัญและเดิมพันที่น่าเสี่ยงอย่างยิ่งสำหรับ แร็พเตอร์ส ในปีนี้ หากขุมกำลังเดิมที่มีอยู่อย่าง ไคลย์ ลอว์รี่ พอยท์การ์ดตัวเก่ง เซิร์ก อีบาก้า , โยนาส วาลานเซียนาส , เกร็ก มอนโรว ผนึกกำลังกับ แดนนี่ มิลล์ และ คาวาย ผู้มาใหม่

ผลงานเมื่อจบฤดูกาลจะเป็นอย่างไร คาวาย จะพาทีมใหม่อย่าง แร็พเตอร์ส ก้าวไปถึงบัลลังก์แชมป์ NBA ได้มั้ย เป็นอะไรที่น่าติดตามอย่างมากในฤดูกาลนี้


1. เลอบรอน เจมส์ (LeBron James) – ลอสเอนเจลีส เลเกอร์ส (Los Angeles Lakers)

Small Forward

คงไม่มีอะไรต้องสาธยายกันมากมายสำหรับ “คิงเจมส์” ผู้เล่น ออลอะราวนด์ที่ดีที่สุดในโลก ไม่ว่า เลอบรอน เจมส์ ปรากฎตัวที่ใด ทีมนั้นจะสถาปนาตัวเองเป็นทีมลุ้นแชมป์แทบจะทันทีต่อให้ก่อนหน้านั้นจะเป็นยังไงก็ตาม คำพูดพวกนี้คงไม่เกินเลยไปนักหากเราย้อนดูผลงานตลอดอาชีพที่เขาสร้างมา

เริ่มตั้งแต่ฟาด Rookie of the Year รางวัลแรกเข้าตู้เป็นน้ำจิ้ม หลังจากนั้น 3 ปีด้วยเพียง 22 สุดยอดผู้เล่นอย่าง LBJ ก็คว้า MVP แรกและครั้งที่สองก็ตามมาติด ๆ ในปีถัดไป รวมถึงปฏิวัติ คลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ส เป็นทีมลุ้นแชมป์แต่ก็ทำได้แค่เกือบ

จนคราวที่ LBJ ต้องแยกทางกับทีมบ้านเกิดและไปคว้าแชมป์กับ ไมอามี่ ฮีต ที่มีทั้ง ดี-เหวด และ คริส บอช เป็นการรวม “คลาสออฟ 2003” ฮีต ชุดนี้คว้าแชมป์ NBA ร่วมกัน 2 ครั้ง แบบแบ็คทูแบ็ค ก่อนจะโดน สเปอร์ส ที่มี คาวาย ในชุดนั้นหยุดหนทางการทำทรีพีทส์ของคิงเจมส์อย่างสุดแสบ

ปี 2014 เป็นฤดูกาลสุดท้ายของ เจมส์ กับ ฮีต และเป็นที่ คลีฟแลนด์ นั่นเองที่ เจมส์ กับไปสานต่อภารกิจที่ตัวเองยังทำไม่เสร็จลุล่วง แม้จะพ่ายแพ้ให้กับ วอร์ริเออร์ส ในไฟนอลปีแรกที่กลับ แต่เขาก็พา คาวาเลียร์ส เป็นแชมป์ NBA อย่างยิ่งใหญ่ในปี 2016

ก่อนจะเข้าเป็นครั้งที่ 3 และ 4 ติด ๆ กัน ก็มิวายต้องพ่ายให้กับเหล่านักรบสะพานทองที่เสริมทัพด้วยอาวุธหนักอย่าง เควิน ดูแรนท์ ถึง 2 ครั้ง 2 ครา เป็นการยุติเส้นทางระหว่างเขาและ คลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ส อย่างสมบูรณ์

หลังจากเป็นฟรีเอเยนต์ สุดท้ายแล้ว เลอบรอน ได้เลือก เลเกอร์ส ทีมแชมป์ NBA 16 สมัย ที่ร้างแชมป์มาตั้งแต่ปี 2010 สมัยมี โคบี้ ไบรอันท์ นำทัพ โดยผลงานของ เลเกอร์ส ในยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยดาวรุ่งปีที่ผ่านมาจบด้วยสถิติ ชนะ 35 แพ้ 47 และไม่ผ่านเข้ารอบเพลย์ออฟ

แต่อย่างที่กล่าวไปเมื่อข้างต้น เมื่อคุณมี เลอบรอน เจมส์ อยู่ในทีม อะไร ๆ ก็เปลี่ยนไป และในถดูกาลที่จะเริ่มนี้ภายใต้การนำทีมของ คิงเจมส์ รวมกับดาวรุ่งมากฝีมืออย่าง ลอนโซ่ บอล , แบรนดอน อินแกรม , ไคลย์ คุซม่า ประกอบกับผู้เล่นที่เซ็นมาเสริมทัพอย่าง ราจอน รอนโด้ , จาเวล แม็คกี และ ไมเคิ่ล บีสลี่ย์

ทุกคนที่กล่าวมานั้นหากอยู่ในการโค้ชของ ลุค วอลตัน มันจะออกมาในรูปแบบไหน และ เลอบรอน เจมส์ จะยังสุดยอดเหมือนทุก ๆ ฤดูกาลที่ผ่านมาหรือไม่ ทั้งหมดเหล่านี้ถือเป็นสิ่งท้าทายมาก ๆ สำหรับ คิงเจมส์ รวมถึงเป็นฤดูกาลที่น่าตื่นเต้นที่สุดแล้วสำหรับแฟน ๆ ม่วงทอง นับตั้งแต่ โคบี้ รีไทร์

จริง ๆ แล้วยังมีอีกหลายคนที่เก่งและน่าสนใจในตำแหน่งนี้ อาทิเช่น ยานนิส อันเทโทคุมโป (มิลวอลกี้ บัคส์) , จิมมี่ บัตเลอร์ (มิเนโซต้า ทิมเบอร์วูล์ฟ) , อ็อตโต้ พอร์เตอร์ จูเนียร์ (วอชิงตัน วิซาร์ด) รวมไปถึงจอมเก๋าอย่าง “เมโล่” คาร์เมโล่ แอนโธนี่ ที่เพิ่งย้ายไปร่วมทัพ ฮุสตัน ร็อคเกตส์ ผนึกกำลังกับ เจมส์ ฮาร์เด้น และ คริส พอล

จะเป็นใครที่จะพาทีมของตัวเองโค่นสุดยอด สมอล ฟอร์เวิร์ด แห่งยุคอย่าง เควิน ดูแรนท์ ของ โกลเด้น สเตท วอร์ริเออร์ส ที่อุดมไปด้วยสตาร์ชั้นนำ ทั้ง สเตป เคอร์รี่ , เคลย์ ธอมป์สัน , เดรย์มอนด์ กรีน แถมยังมีผู้มาใหม่อย่าง เดอมาร์คัส คัสซิ่น ที่เข้ามาเพิ่มเติมเสริมความโหดอีก

คิดแค่นี้ก็สนุกแล้ว สำหรับ NBA ฤดูกาลนี้ 2018-2019 เตรียมนับถอยหลังกันได้เลย ความมันส์ กำลังจะระเบิดขึ้น


ถ้าคุณคือคนที่รักการเสี่ยงโชค ต้องไม่พลาด ติดตาม เทคนิค วิธีเล่น เกม พนันกีฬา ออนไลน์ ที่ wiredtocreatebook.com

Leave a Reply